รีวิวจัดเต็ม GWM TANK 300 ดีเซล 2.4L ขับดีกว่าที่คิด! ช่วงล่างเฟิร์มสไตล์ออสซี่ เงียบและลงตัวกว่าไฮบริด
จากการรอคอยอันยาวนานของแฟน ๆ รถยนต์สายลุย ในที่สุด GWM TANK 300 ขุมพลังดีเซล ก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว! แม้ว่าในการทดสอบครั้งนี้จะยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่ทางทีมงานก็ได้นำรถคันจริงมาทดลองขับจริง วัดอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ดูอัตราสิ้นเปลือง และทดสอบการเก็บเสียงว่าจะเงียบจริงอย่างที่เคลมไว้หรือไม่ เราสรุปทุกประเด็นสำคัญมาให้คุณแล้วที่นี่
โดยในรุ่นดีเซลนี้ GWM มีการปรับไลน์อัปการทำตลาดใหม่ โดยจะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่:
-
รุ่น Pro ขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) – รุ่นเริ่มต้น
-
รุ่น Ultra ขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD)
-
รุ่น Ultra ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) (คันที่นำมาทดสอบในคลิปนี้)
ดีไซน์ภายนอก
ในเรื่องของงานดีไซน์ภายนอก (Cosmetic) ของ TANK 300 รุ่นดีเซล แทบไม่มีความแตกต่างจากรุ่นไฮบริด (HEV) ที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้เลย โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความหล่อสไตล์ทรงกล่อง (Boxy) ย้อนยุคแต่ทันสมัยไว้อย่างครบถ้วน:
-
ไฟหน้า LED ทรงกลม อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกระจังหน้าดีไซน์ดุดัน
-
กล้องมองรอบคัน 360 องศา และเซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน
-
มิติตัวถังขนาดใหญ่ เทียบเท่าระดับ SUV ขนาดใหญ่ (CR-V Class) ซึ่งดูบึกบึนกว่ารถในระดับใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด
-
ฝาท้ายเปิดออกแบบบานพับด้านข้าง พร้อมติดตั้งล้ออะไหล่บนฝาท้ายสไตล์ออฟโรดแท้ๆ
-
จุดสังเกตความแตกต่างภายนอก:
-
เพลทสัญลักษณ์ที่ฝาท้าย: รุ่นนี้จะติดเพลทสัญลักษณ์ระบุความต่างชัดเจนคือ “2.4T 4WD” (หรือตามระบบขับเคลื่อนของแต่ละรุ่นย่อย) [04:33]
-
ยางติดรถจากโรงงาน: ในรุ่นดีเซลจะถูกติดตั้ง ยางประเภท HT (Highway Terrain) ขนาด 265/65 R17 [04:18] ซึ่งต่างจากรุ่นไฮบริดที่จะติดตั้งยางกึ่งออฟโรดประเภท AT (All Terrain) มาให้ เนื่องจากรุ่นดีเซลนี้ถูกวางเซกเมนต์เน้นการใช้งานในเมืองและการใช้ในชีวิตประจำวัน (Daily Use) เป็นหลัก [17:38]
-
ดีไซน์ภายใน
ห้องโดยสารภายในยังคงความหรูหรา ออปชันจัดเต็มสมฐานะแบรนด์ TANK โดยมีจุดเด่นดังนี้:
-
ความคุ้นเคยที่หรูหรา: อุปกรณ์และ Layout ภายในยังคงเหมือนกับรุ่นไฮบริดทั้งหมด มีเบาะหนังคุณภาพดีพร้อมฟังก์ชัน เบาะนวด และ เบาะเป่าลม (Ventilated Seats) ซึ่งหาได้ยากในรถ PPV ระดับราคาเริ่มต้น [22:33]
-
ระบบหน้าจอและ OS ใหม่ล่าสุด: หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ทำงานได้รวดเร็วทันใจ ตอบสนองติดมือขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรกๆ [05:22]
-
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่: ปรับฟังก์ชันการแสดงผลสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลโดยเฉพาะ
ขุมพลัง
นี่คือไฮไลท์สำคัญของ TANK 300 คันนี้ ซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลล้วนที่พัฒนาโดย GWM ที่มีประสบการณ์ด้านเครื่องยนต์ดีเซลมายาวนานกว่า 30 ปี และเครื่องยนต์บล็อกนี้คือเจเนอเรชันล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศจีน [03:40]
-
เครื่องยนต์: ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร เทอร์โบ (2.4T Gen ล่าสุด)
-
พละกำลังสูงสุด: 184 แรงม้า [03:16]
-
แรงบิดสูงสุด: 480 นิวตันเมตร [03:16]
-
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ซึ่งตัวเกียร์สามารถรองรับแรงบิดได้สูงถึง 750 นิวตันเมตร จึงใช้งานได้อย่างทนทานและเหลือเฟือ [03:23]
-
ตัวเลขสมรรถนะจากการทดสอบจริง:
-
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทางโรงงานเคลมไว้ประมาณ 11 วินาที จากการทดสอบจริงในโหมด Normal ได้ 12.49 วินาที [08:06] และเมื่อทดสอบในโหมดสปอร์ต (ดุดันที่สุด) ได้ตัวเลข 11.94 วินาที [21:13]
-
การส่งกำลังไต่ความเร็วทำได้เนียน สมูท ไม่มีอาการกระชากหรือรอยต่อที่ไม่ราบรื่นเหมือนในรุ่นไฮบริด แต่เมื่อความเร็วเลย 130 กม./ชม. ขึ้นไปจะเริ่มมีอาการตื้อตามลักษณะเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก [21:34]
-
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: ความจุถังน้ำมันขนาดใหญ่ 78 ลิตร (เมื่อเติมเต็มถังสามารถวิ่งระยะทางไกลได้สูงสุดกว่า 1,000 – 1,100 กม.) [13:03] จากการขับขี่เดินทางไกลทั่วไปทำได้เฉลี่ยที่ 14 กม./ลิตร [30:37] แต่หากมีช่วงทดสอบอัตราเร่งและสตาร์ทรถจอดถ่ายภาพ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 12.5 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติและยอมรับได้สำหรับรถรูปทรงต้านลมขนาดนี้ [30:52]
-
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
-
การเก็บเสียงและ NVH (Noise, Vibration, and Harshness) ระดับยอดเยี่ยม: เป็นจุดที่น่าประทับใจที่สุดของรถคันนี้ เสียงเครื่องยนต์ดีเซลเงียบมากทั้งตอนสตาร์ทภายนอกและภายในห้องโดยสาร และแม้ว่าตัวรถจะเป็นทรงกล่องที่ต้านลมสูง แต่ที่ความเร็ว 90-100 กม./ชม. ภายในห้องโดยสารเงียบกริบ เก็บเสียงลมและเสียงยางได้ดีกว่ารถ PPV ค่ายญี่ปุ่นทุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด (ให้คะแนนการเก็บเสียงถึง 8/10 คะแนน) [17:14], [28:04]
-
ระบบช่วงล่างอัปเกรดใหม่: ช่วงล่างด้านหน้าเป็น Double Wishbone ด้านหลังเป็น Multilink พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ [03:32] โดยความพิเศษของรุ่นดีเซลคือ ใช้ Default Setting แบบเดียวกับเวอร์ชันประเทศออสเตรเลีย [01:39] ซึ่งให้ฟิลลิงที่กระชับ แน่น และตึงตังขึ้นเล็กน้อย แต่อาการโยน ย้วย และยุบตัวแบบรุ่นไฮบริดลดลงไปเยอะมาก ทำให้ตัวรถนิ่งและขับสนุกมั่นใจยิ่งขึ้นขณะเข้าโค้งหรือขับขี่ความเร็วสูง [16:03], [30:02]
-
พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ: (เบา, สบาย, สปอร์ต) ปรับได้ผ่านหน้าจอสัมผัสอย่างสะดวกสบาย ช่วยให้ควบคุมรถคันใหญ่ขึ้นที่จอดรถแคบๆ ได้ง่ายดาย [13:22]
-
ระบบความปลอดภัย ADAS ทำงานเนียนขึ้นมาก: ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะ (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping & Centering Assist) ได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ใหม่โดยโปรแกรมเมอร์และวิศวกร ทำให้ตัวระบบตรวจจับเส้นถนนและดึงพวงมาลัยกลับได้อย่างสมูทเป็นธรรมชาติ เลิกมีอาการส่ายเอียงแบบเวอร์ชันก่อนๆ แล้ว [25:13], [25:39]
ข้อสังเกต
แม้จะเป็นรถที่ขับดีและออปชันครบครัน แต่ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาและอยากให้พัฒนาเพิ่มเติม:
-
น้ำหนักและความรู้สึกของแป้นเบรกและคันเร่ง: ฟิลลิงของแป้นเบรกยังมีแรงต้านคล้ายการเหยียบลูกโป่ง (เด้งๆ สู้เท้า) และแป้นคันเร่งยังมีจังหวะหน่วง (Delay) หลังจากยกเท้าออกประมาณครึ่งวินาที ซึ่งยังไม่รู้สึกเป็นธรรมชาติ 100% นัก แต่ก็ปรับปรุงให้สมูทขึ้นกว่ารุ่นไฮบริดแล้ว [11:20], [11:58]
-
ภาษาไทยในระบบหน้าจอ: ตัวแปลภาษาไทยในหน้าจอบางจุดยังมีความแปลกๆ และยังไม่เป็นธรรมชาตินัก (เช่น คำอธิบายโหมดขับขี่) [09:13]
-
ระยะเวลาการรับประกัน: ทาง GWM มอบการรับประกันเครื่องยนต์ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 1 ล้านกิโลเมตร [19:17] ซึ่งดูน่าอุ่นใจอย่างมาก ทว่าสำหรับความทนทานระยะยาวของเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่นี้ คงต้องปล่อยให้ระยะเวลาและผู้ใช้งานจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป [19:48]
ราคา (คาดการณ์)
ในวันที่ทำการทดสอบ GWM ประเทศไทยยังไม่ได้เปิดราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ TANK 300 ดีเซล แต่เมื่อพิจารณาจากการวางตำแหน่งการตลาดใหม่ (Positioning) คาดว่าจะมีราคาดังนี้:
-
ช่วงราคาคาดการณ์: คาดว่ารุ่นเริ่มต้น (ขับ 2) ควรจะเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทเลขตัวเดียว (เช่นประมาณ 1.09 – 1.19 ล้านบาท) และตัวท็อปสุด Ultra ขับ 4 ไม่ควรเกิน 1.28 – 1.29 ล้านบาท [29:22]
-
ความคุ้มค่า: หากราคาเปิดตัวมาอยู่ในพิกัดนี้จริง TANK 300 ดีเซล จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากเมื่อเทียบกับ PPV ตัวเริ่มต้นในตลาดค่ายญี่ปุ่น เพราะคุณจะได้ทั้งระบบช่วงล่างแบบคอยล์สปริงที่เกาะถนนดีกว่า, การเก็บเสียงระบบ NVH ที่เหนือกว่า, และออปชันความสะดวกสบาย เช่น เบาะนวด และกล้องรอบคันที่ชัดเจนกว่าในงบประมาณที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น [22:33]
สรุป: ใครที่เคยเล็ง GWM TANK 300 ไฮบริดเอาไว้ แต่กังวลเรื่องช่วงล่างที่ย้วยเกินไปหรือระบบส่งกำลังไฮบริดที่อาจไม่ตอบโจทย์การเดินทางไกล การมาของ TANK 300 ดีเซล คันนี้คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ทั้งเงียบ แน่น สมูท และขับสบายในระยะทางไกล แนะนำให้ลองไปสัมผัสและขับจริงด้วยตัวเองครับ!



